| yuyooka 的个人资料yuyooka's space照片日志列表 | 帮助 |
|
10月15日 Don’t be Closelyถ้าเป็นคุณ “ คนที่รักเรา” กับ “ คนที่เรารัก” คุณจะเลือกใคร??? คำถามนี้อาจฟังดูง่าย แต่ถ้าลองเปลี่ยนตัวเลือกดูล่ะ เอาเป็น “คนที่รักเรา” กับ “ คนที่เรารักและคนๆนั้นก็รักเรา” คุณจะเลือกใคร นี่ยิ่งฟังดูง่ายใหญ่ ก็เลือกคนที่เรารักและรักเราสิ แต่ว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย ไม่...เลย ฉันชื่อพิมพ์ เป็นโปรดิวเซอร์ของศิลปินชื่อดังคนหนึ่งที่ตอนนี้อยู่ในช่วงพักเพื่อเตรียมออกอัลบั้มใหม่ ฉันก็เลยได้สิทธิ์ลาพักร้อน 2 อาทิตย์ และมันจะมีอะไรดีไปกว่าการปิดโทรศัพท์มือถือนอนเล่นริมทะเล ฉันชวนวัช(แฟนของฉัน)มาด้วย วัชเป็นผู้บริหารค่ายเพลงที่ฉันทำงานอยู่ และช่วงนี้งานของเค้าก็ยุ่งมากจึงไม่สามารถมากับฉันได้ (จริงๆฉันก็อยากไปคนเดียวนั่นแหล่ะ แต่ชวนซะหน่อย เดี๋ยวจะงอน ^-^) ฉันเลือกไปพักร้อนที่ชะอำ เพราะฉันมีรีสอร์ทเจ้าประจำอยู่ ฉันชอบที่นั่นมาก เพราะมันห่างจากจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจึงไม่ค่อยมีคน และมีความเป็นส่วนตัวมาก (ก็อย่างที่บอกล่ะนะ ฉันอบความเป็นส่วนตัว) ฉันเลือกเข้าพักที่บ้านหลังประจำของฉัน มันเป็นบ้านแฝดที่ใช้ระเบียงร่วมกัน เวลาฉันมากับวัชก็จะได้นอนคนละห้องพอดี เมื่อวัชไม่มา ฉันเลยจองแค่ห้องเดียว แต่ดูเหมือนฉันจะคิดผิด เพราะเมื่อฉันไปถึงก็มีผู้ชายคนนึงนั่งเล่น Notebook อยู่ที่ระเบียงซะแล้ว ฉันรู้สึกผิดหวังเล็กๆเมื่อคิดว่าจะต้องแชร์ระเบียงนั่นกับคนอื่น และก็กังวลใจนิดหน่อยที่จะมีผู้ชายที่ไหนไม่รู้มานอนอยู่ห้องข้างๆ ฉันคิดถึงวัชขึ้นมา ถ้าเค้ารู้เค้าคงจะรีบตามมาแน่ๆ แต่ใครจะรู้ว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้จะไม่ทำให้ฉันคิดถึงวัชอีกเลย ฉันเดินขึ้นไปบนบ้าน ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ฉัน ว้าว!!! หล่อสเป็ก (ถึงแม้ฉันจะมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็คงห้ามเรื่องเล็กอย่างนี้ไม่ได้หรอก จริงมะ) รูปร่างหน้าตาอย่างนี้เป็นนักร้องได้สบายเลยนะเนี่ย แต่ค่ายของฉันไม่ได้เน้นนักร้องที่หน้าตาซะด้วยสิ “ คุณคงจะมาพักที่บ้านหลังนี้” เค้าถามฉันก่อน “ ค่ะ” ก็ไม่รู้จะตอบอะไรมากกว่านี้นี่นา “ สวัสดีครับ ผมชื่อกวินทร์ เรียกกวินเฉยๆก็ได้ ถ้าคุณจะพักอยู่ที่นี่หลายวัน เราคงเจอหน้ากันอีกนาน” อีกนาน เอ๊ะ!!! นี่แสดงว่าฉันจะต้องแชร์บ้านกับคุณวินนี่ตลอดวันหยุดของฉันเลยหรอ รู้อย่างนี้ถามพนักงานที่เคาทเตอร์ก่อนก็ดีหรอกว่ามีคนพักอยู่รึเปล่า “ สวัสดีค่ะ ฉันชื่อพิม ยินดีที่ได้รู้จัก คุณคงได้เจอฉันอีกนานอย่างที่ว่า เพราะฉันจะอยู่ที่นี่อีก 2 อาทิตย์ ขอโทษนะคะถ้ามันจะรบกวนความเป็นส่วนตัวของคุณ” “ ผมก็จะอยู่ที่นี่อีกประมาณ 2 อาทิตย์ เหมือนกัน แล้วก็ไม่ได้รบกวนหรอกครับ ตอนแรกผมก็ต้องการความเป็นส่วนตัวอย่างที่คุณว่า แต่หลังจากอยู่มาแล้ว 2 วันถึงได้รู้สึกว่า มันส่วนตัวจนวังเวงยังไงพิกล” ฉันหัวเราะเล็กๆ พอเป็นมารยาท “ งั้นฉันขอตัวเข้าห้องก่อนนะคะ ^-^ ” “ เชิญครับ” พอเข้าห้องมา ฉันก็คิดว่าที่เค้าพูดก็คงจะถูก มันคงวังเวงเกินไปที่จะอยู่คนเดียวที่บ้านหลังนี้ (เพิ่งเริ่มรู้สึกว่ามันเปลี่ยว) เย็นวันนั้นฉันเดินออกจากห้องกำลังจะไปหาอะไรทาน ก็เจอเค้าที่ระเบียงพอดี เลยกลายเป็นว่าเราเดินไปทานอาหารด้วยกัน เมื่อไปถึงที่ร้านได้ที่นั่งเรียบร้อย เราก็ต่างคนต่างสั่งอาหารที่ตัวเองอยากทาน ไม่ต้องมาถามว่า ‘คุณทานอันนั้นมั้ย’ ‘เอาอันนี้รึเปล่า’ หรือว่า ‘คุณไม่ทานผมก็ไม่ทาน’ ไม่ได้จะเหน็บแนมวัชหรอกนะ แต่ฉันชอบการทานอาหารแบบนี้จัง พอทานเสร็จเราก็เดินกลับที่พัก บรรยากาศโรแมนติคชะมัด ชายทะเลยามเย็นกับพระอาทิตย์ที่จมน้ำไปครึ่งดวงเนี่ย ถ้าฉันมากับวัชคงจะมีฉากกุ๊กกิ๊กๆแล้วล่ะ ^-^ แต่แปลกเนอะ เวลาที่ฉันอยู่กับเค้าฉันไม่อยากพูดถึงวัชเลย และดูเหมือนเค้าก็จะไม่พูดถึงคนของเค้าเหมือนกัน (ฉันก็ไม่รู้ว่าเค้ามีรึเปล่านะ) ตลอดเวลาที่เราพักอยู่บ้านหลังนั้นด้วยกัน มีอะไรหลายๆอย่างที่ดูเหมือนกับว่าเราใช้เวลาไม่นานที่จะจูนหากันติด เราชอบอะไรคล้ายๆกัน มีความคิดคล้ายๆกันอย่างน่าตกใจ ชอบให้คนอื่นปฏิบัติกับเราคล้ายๆกัน และชอบปฏิบัติกับคนอื่นคล้ายกัน จนทำให้ฉันรู้สึกถึงคำว่า “พอดี” ในตัวผู้ชายคนนี้ ไม่มากไปหรือน้อยไปอย่างวัช หัวใจของฉันค่อยๆเปิดรับเค้า นี่ฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ ฉันรู้ว่าเค้าก็คิดแบบเดียวกับฉันอยู่ แต่มันก็เหมือนมีอะไรบางอย่างที่เรารู้ตัวดีว่า เรากำลังปิดบังกันอยู่ อะไรที่ว่าสำหรับชั้นคือวัช ส่วนอะไรที่ว่าสำหรับเค้าคือ ผิง วันนึงขณะที่เรากำลังนั่งเล่นกันอยู่ที่ระเบียง พยายามเก็บเกี่ยวความสุขที่มีให้ได้มากที่สุด เพราะเรารู้ว่าความสุขนั้นจะไม่มีวันเป็นจริง เราก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินมาด้วยกันและกำลังตรงมาที่เรา ฉันอึ้งไปทันทีที่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือวัช และเค้าก็ดูอึ้งไปเหมือนกันเพราะผู้หญิงคนนั้นก็คือ ผิง คนของเค้า ผิงและวัชดูดีใจมากที่เจอเราสองคน ดูเหมือนวัชและผิงต้องการที่จะเซอร์ไพรซ์ฉันและวินเลยแอบมาที่นี่ และเจอกันโดยบังเอิญที่รีเซปชั่น แต่ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกดีใจเลยล่ะ และฉันเชื่อว่าวินก็รู้สึกแบบนั้น วัชชวนฉันไปเที่ยวที่อื่นต่อ เค้าว่า ‘จะอยู่ที่นี่ 2 อาทิตย์ เลยหรอ ไปเที่ยวเกาะผมต่อดีกว่านะ’ และผิงก็ชวนวินไปเที่ยวที่อื่นต่อเหมือนกัน เราตกลงกันว่าจะเช็คเอาท์ออกจากที่นี่พร้อมกันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นนี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันจะได้อยู่กับวิน คืนนั้นพอวัชหลับฉันก็ออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงเพื่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา และทำใจให้มันผ่านไปให้ได้ วินคิดตรงกันกับฉัน เพราะพอฉันเปิดประตูออกไป วินก็นั่งอยู่ที่ระเบียงแล้ว “ คุณคิดว่าเรื่องของเรามันโหดร้ายไปมั้ย” วินถามทันทีที่ฉันเดินเข้าไปหา “ นั่นสิ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรได้มากกว่านี้ “ คุณคิดว่าจะเป็นยังไงถ้าเราสองคนหนีไปด้วยกัน” วินพูด นี่เป็นเรื่องเดียวที่ฉันเดาไม่ออกว่าวินพูดเล่นหรือพูดจริงกันแน่ “ ฉันทำไม่ได้หรอก เค้าสองคนไม่ได้ทำอะไรผิดซักนิด ถ้าจะผิดก็คงเป็นที่เค้าไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเราเท่านั้นเอง ถ้าเราสองคนหนีไปด้วยกันตอนนี้ มันจะไม่คนเจ็บถึง 4 คน แต่ถ้าเราสองคนเลือกที่จะหยุด ทุกอย่างก็จะจบ” ถึงตอนนี้ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาของฉันมันไหลลงมามากมายเหลือเกิน เรากอดกันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย วันรุ่งขึ้นฉันปลุกวัชให้รีบออกเดินทางแต่เช้า โดยบอกเค้าว่าฉันอยากไปที่เกาะของเค้าเร็วๆ เค้าก็เชื่อและทำตามนั้น แต่ที่จริงแล้วฉันไม่อยากเจอกับวินอีกต่างหาก เพราะกลัวว่าทุกอย่างจะไม่จบอย่างที่คิด และก็กลัวว่าวัชจะจับพิรุทได้ แต่ก็ดูเหมือนฉันกับวินจะคิดตรงกัน “อีกแล้ว” เค้าก็กำลังจะออกเดินทางเหมือนกัน เราจึงได้ร่ำรากันเป็นครั้งสุดท้าย วินยื่นมือมาให้ฉันแล้วพูดว่า “ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ไม่มีคำว่า แล้วพบกันใหม่ เพราะเรารู้ดีว่ามันไม่ดีแน่ถ้าเราจะพบกันอีก เราอาจหักห้ามใจไม่ได้เหมือนคราวนี้ “ ยินดีที่ได้รู้จัก เช่นกันค่ะ” ฉันพูดได้แค่นั้นโดยที่ไม่ได้รู้สึกยินดีเลยซักนิด วินก็คงคิดเหมือนกัน พอขึ้นรถ วัชเอาเพลงที่จะอยู่ในอัลบั้มใหม่ของศิลปินที่ฉันดูแลอยู่มาให้ฟัง พอฟังไปได้ยังไม่ถึงฮุคแรกน้ำตาของฉันก็ไหลลงมาอย่างกะไนแองเกล่า วัชตกใจใหญ่รีบถามว่าฉันเป็นอะไร แย่ก็ตรงที่เราอยู่ในรถที่ปิดกระจกเรียบร้อย จะอ้างว่าทรายเข้าตาก็คงไม่ได้ ดังนั้นข้ออ้างนั้นจึงเป็นอันตกไป และฉันก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไร นอกจากยิ้มให้เค้าเฉยๆ ฉันได้แต่คิดว่า วัชคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่ใช่ก็เถอะ แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อคนที่ใช่ของฉันก็มีคนที่ดีอยู่แล้ว ทางเดียวที่ทำได้ก็คือ ก่อนที่ใครสักคนจะคิดเลยเถิด
_____________________________________________
นี่เป็นฟิคเริ่องแรกที่ได้รับการพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์ จะได้อรรถรถมาก หากอ่านพร้อมกับฟังเพลง "อย่าใกล้กันเลย อ๊อฟ ปองศักดิ์" |
|
|